วิถึทางที่เลือกเดิน

 

 

 

 

ผลตอบแทนที่ประเทืองได้รับในช่วงชีวิตแปดปีของการทำงานเป็นช่างเขียนรูปโฆษณาภาพยนตร์ คือฐานะทางการงานเป็นที่ยอมรับของวงการโฆษณาภาพยนตร์ รายได้ของเขาอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ทว่า สิ่งนี้มิได้ทำให้เขาพึงพอใจและยุติการแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ประเทือง คำนึงถึงอนาคตและมองเห็นจุดจบของงานอาชีพที่สามัญเช่นนี้

งานที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ว่าจ้างเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน เมื่องานเสร็จสิ้นลง คุณค่าของงานก็สิ้นสุดลงด้วย มิได้ธำรงคุณค่าของความคิดและการสร้างสรรค์ให้คงอยู่ตลอดไป

 

จากความรู้ทางศิลปะทุกแขนงที่ประเทืองใฝ่ใจศึกษา ทำให้เขามองเห็นงานอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์ และผู้สร้างมีคุณสมบัติของความเสียสละ อุทิศตน งานนี้คืองานศิลปะซึ่งช่วยยกระดับคุณค่าของมนุษย์และพัฒนาอารมณ์ความรู้สึกให้ลึกซึ้งละเอียดอ่อน ประเทืองตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในชีวิตนี้จะทำงานที่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าวตลอดไปหรือไร เขาได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากใจของเขาว่า เมื่อเขามีโอกาสได้เกิดมาแล้ว เขาก็ควรจะเลือกทำงานที่เขารัก และเป็นงานที่สร้างสรรค์คุณค่าให้กับชีวิต

 

คำตอบนี้เป็นเสมือนหนึ่งเมล็ดพันธุ์ที่ทำให้ประเทืองได้ก่อเกิดชีวิตใหม่ และประจวบกับในเวลานั้น เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการดูภาพยนตร์เรื่อง "แรงปรารถนาเพื่อชีวิต" อันเป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของวินเซนต์ แวนก๊อก ศิลปินชาวดัทซ์ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2505 ประเทืองจึงได้เปลี่ยนวิถีทางเดินของชีวิต เขาก้าวเข้าสู่วิถีทางสายใหม่ คือวิถีทางของศิลปินอิสระ อันเป็นวิถีทางแห่งการสร้างสรรค์ตามที่ใจของเขาปรารถนา

 

ในสมัยนั้น บทบาทของศิลปกรรมร่วมสมัยของไทยเพิ่งจะเริ่มต้น และยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม การที่ประเทืองก้าวมาเดินในวิถีทางสายนี้ก็เท่ากับว่า เขาก้าวเดินอยู่ในวิถีทางอันยาวไกล ทุรกันดาร และเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เป็นเวลาเกือบสิบปีที่เขาขายภายเขียนไม่ได้เลย ครอบครัวต้องอดอยากยากแค้นและถูกเบียดเบียนด้วยโรคภัยไข้เจ็บตลอดเวลา

 

แม้จะประสบกับปัญหานานัปการ ประเทืองก็ไม่เคยรู้สึกท้อแท้ ใจของเขาเข้มแข็งมั่นคงอยู่เสมอ และพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ คือการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในงานศิลปะและการเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะ วิธีที่จะทำให้ไปถึงจุดหมายปลายทางในยามยากลำบากของประเทืองก็คือการดำเนิน

ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่สุด

 

เขาได้เปิดร้านขายกาแฟเล็ก ๆ ในละแวกบ้านเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวและทำให้เขามีเวลาฝึกฝนตัวเองในงานศิลปะได้มากขึ้น ด้วยเหตุที่สมาชิกของครอบครัวมีจำนวนมาก รายได้ของเขาจึงไม่พอะพียง พี่ชายและเพื่อน ๆ ได้มีส่วนให้ความช่วยเหลือในยามยากลำบากนั้น ประเทืองครุ่นคิดถึงแต่การแสวงหาความรู้เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะทุกขณะจิต ปัญหา ความอยู่รอดของครอบครัวมิได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาเลย ทั้งเขาและครอบครัวต่างร่วมเผชิญอยู่ในความทุกข์ยากอย่างไม่ย่อท้อ

 

นับเป็นความโชคดีที่วิถีทางสายใหม่ที่ประเทืองเลือกเดินนี้ มิได้เป็นวิถีทางสายเปลี่ยวที่เขาต้องเดินตามลำพัง เขาได้พบกับเพื่อนร่วมทางสายศิลปะสี่คนซึ่งเป็นผู้มีความศรัทธาต่องานศิลปะเช่นเดียวกัน เป็นแรงเสริมและสนับสนุนให้กำลังใจแก่กันและกัน เพื่อนทั้งสี่ซึ่งร่วมเดินทางด้วยกันเป็นเวลาถึง หก ปี ได้แก่ จ่าง แซ่ตั้ง สมชัย หัตถกิจโกศล สุขาติ วัจนดิลก และสมเดียรติ ปานะสิริศิลป์

 

ประเทืองและเพื่อนร่วมทางทั้งสี่ต่างมีฐานะเป็นนักศึกษาศิลปะที่อยู่นอกรั้วของสถาบันศิลปะ นอกเหนือจากความรู้ที่ค้นคว้าจากตำรับตำราและประสบการณ์ที่ได้จากการดูนิทรรศการทางศิลปะแล้ว ครูผู้ยิ่งใหญ่ผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้และเป็นแหล่งค้นคว้าอันไม่มีที่สิ้นสุดในการทำงานศิลปะให้กับพวกเขา ก็คือธรรมชาติ กลุ่มผู้ร่วมเดินในวิถีทางศิลปะทั้งห้านี้ แต่ละคนอาศัยแรงใจที่มีต่อศิลปะเป็นตัวนำในการเรียนรู้ และมีส่วนเสริมสร้างคุณสมบัติในการสร้างสรรค์ต่อกันและกัน ทุกคนสละเวลาให้กับการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงจุดหมายอันเป็นจุดแห่งการสร้างสรรค์พัฒนาการงานได้ ต่างก็แยกย้ายกันไปตามวิถีทางที่แต่ละคนเลือกดำเนิน

 

 


ประวัติชีวิต | งานศิลปะ | งานบทกวี | หนังสือศิลปะ |

ติดต่อ | สมุดเยี่ยมบันทึก | หน้าแรก